ลงทุนรับจำนอง เห็นผลตอบแทนแล้วต้องหักต้นทุนอะไรจึงรู้เงินเหลือจริง?

การเปรียบเทียบดีลรับจำนองควรตั้งฐานให้เหมือนกัน ทั้งจำนวนเงิน ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยง ไม่เลือกจากเปอร์เซ็นต์สูงสุดเพียงอย่างเดียว
แยกต้นทุนที่จ่ายจริงออกจากรายการเผื่อ
แนวทางที่เสนอคือทำบัญชีสองส่วน ส่วนแรกเป็นค่าใช้จ่ายที่ระบุแล้วว่าคุณรับผิดชอบ เช่น ค่าบริการตามข้อตกลง ส่วนที่สองเป็นค่าใช้จ่ายกรณีสถานการณ์เปลี่ยน เช่น ต้องตรวจข้อมูลเพิ่มหรือใช้ผู้เชี่ยวชาญ
รายการที่เผื่อไว้ไม่ได้แปลว่าจะเกิดเสมอ และไม่ควรนำไปกล่าวว่าเป็นค่าธรรมเนียมปกติของ Loan DD ให้สอบถามขอบเขตของข้อเสนอจริงก่อน
ตัวอย่างแยกผลตอบแทนขั้นต้นกับเงินเหลือ
ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ข้อเสนอของบริษัท: ลงเงินต้น 1,000,000 บาทหนึ่งปี ได้รับผลตอบแทน 100,000 บาทครบ และมีค่าใช้จ่ายที่ผู้ลงทุนจ่ายจริง 15,000 บาท จะเหลือผลตอบแทนหลังค่าใช้จ่ายก่อนภาษี 85,000 บาท
หากหารด้วยเงินต้น จะได้ 8.5% แต่หากจ่ายค่าใช้จ่าย 15,000 บาทเพิ่มจากเงินต้นตั้งแต่ต้น เงินที่ใช้รวมคือ 1,015,000 บาท และอัตราผลตอบแทนต่อเงินที่ใช้รวมจะอยู่ประมาณ 8.37%
ตัวอย่างนี้สมมติได้เงินต้นคืนครบ ไม่มีการเติมหรือถอนเงิน และยังไม่ใช่ผลตอบแทนสุทธิหลังภาษี จึงต้องระบุฐานคำนวณให้ชัดทุกครั้ง
ภาษีต้องตรวจตามสถานะของผู้ลงทุน
บทความนี้ไม่กำหนดอัตราภาษีเหมารวม ควรให้ผู้เชี่ยวชาญภาษีตรวจประเภทเงินได้ สถานะบุคคลหรือนิติบุคคล และเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปคำนวณสุทธิ
หลักการตั้งเป้าหมายการเงินให้วัดได้และสอดคล้องกับฐานะการเงินเป็นแนวทางที่ ธปท. เผยแพร่ นักลงทุนจึงควรกำหนดเป้าหมายจากฐานที่ตนใช้จริง อ้างอิง: ธปท. การวางแผนการเงิน
เผื่อกรณีเงินกลับช้าหรือไม่ครบ
ตารางที่คำนวณจากการรับเงินครบตรงเวลาเป็นเพียงกรณีหนึ่ง ควรทดลองอีกกรณีที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือรับเงินช้า เพื่อดูว่าผลลัพธ์เปลี่ยนเพียงใด
ทรัพย์ประกอบธุรกรรมไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงต้นทุน เวลา และการได้รับเงินคืนหายไป
สรุป
การคำนวณผลตอบแทนรับจำนองควรระบุฐานเงินลงทุนและแยกให้ชัดว่าหักต้นทุนหรือภาษีใดแล้ว ทดลองกรณีรับเงินช้าหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มก่อนเปรียบเทียบดีล เนื้อหานี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
ขอรายละเอียดต้นทุนและขอบเขตบริการนักลงทุนกับ Loan DD ได้ที่ LINE @loandd-invest หรือ 081-638-6966







