ลงทุนหลายดีลแต่ครบกำหนดเดือนเดียว เสี่ยงเงินสดสะดุดอย่างไร?

ก่อนเพิ่มดีลใหม่ ลองดูว่าสัญญาเดิมครบกำหนดเมื่อใด และคุณมีแผนใช้เงินก้อนนั้นในชีวิตจริงวันไหน
ทำปฏิทินที่แสดงทั้งเงินต้นและผลตอบแทน
แนวทางที่เสนอคือแยกยอดเงินต้นคาดคืน ยอดผลตอบแทนคาดรับ และวันครบกำหนดของแต่ละสัญญาออกจากกัน แล้วเพิ่มวันใช้เงินส่วนตัวหรือธุรกิจลงในปฏิทินเดียวกัน
ระบุว่ายอดใดเป็นเพียงกำหนดตามสัญญา และยอดใดได้รับจริงแล้ว ปฏิทินไม่ได้รับรองการชำระ แต่ช่วยให้เห็นการพึ่งพาเงินแต่ละก้อนชัดขึ้น
ตัวอย่างความกระจุกตัวของวันรับเงิน
ตัวอย่างสมมติ: ลงทุนสามดีล ดีลละ 1,000,000 บาท และทั้งหมดครบกำหนดในเดือนเดียว ขณะที่คุณมีแผนใช้เงิน 2,000,000 บาทหลังจากนั้นไม่นาน
หากสองดีลยังไม่คืนเงินตามที่คาด จะมีเงินต้นรับกลับเพียง 1,000,000 บาทในช่วงนั้น แม้มีสามสัญญาอยู่ในพอร์ต ก็ยังขาดเงินตามแผนอีก 1,000,000 บาท ตัวอย่างไม่ได้ทำนายว่าจะผิดนัด แต่แสดงความไวของแผนต่อเวลา
อย่ากระจายแค่จำนวนสัญญา
ลองดูความเชื่อมโยงอื่นด้วย เช่น ผู้ชำระเงินเกี่ยวข้องกันหรือไม่ รายได้มาจากธุรกิจเดียวกันหรือเปล่า และทรัพย์อยู่ในพื้นที่เดียวกันมากน้อยแค่ไหน
การแยกเดือนครบกำหนดช่วยจัดเวลา แต่ไม่ได้แก้ความเสี่ยงอื่นทั้งหมด และไม่ควรเลือกดีลที่ข้อมูลไม่พร้อมเพียงเพราะวันครบกำหนดพอดีกับตาราง
จัดสรรเงินที่จะต้องใช้แน่นอนแยกต่างหาก
ธปท. แนะนำให้จัดระยะเวลาของแผนสัมพันธ์กับรายได้และภาระทางการเงิน หลักนี้นำมาประยุกต์กับวันใช้เงินของนักลงทุนได้ อ้างอิง: ธปท. การวางแผนการเงิน
แนวทางของบทความนี้คือ เงินที่ต้องใช้แน่นอนในเวลาใกล้ ๆ ไม่ควรอาศัยสมมติฐานว่าเงินจากทุกดีลจะกลับมาตรงวันเสมอ ควรมีทางรองรับที่ประเมินแล้วว่าใช้ได้จริง
สรุป
การกระจายหลายสัญญาควรดูวันครบกำหนดและความเชื่อมโยงของแต่ละดีลด้วย ควรจัดเงินที่ต้องใช้แน่นอนให้มีทางรองรับ หากเงินคืนไม่ตรงแผน ปฏิทินช่วยติดตามแต่ไม่รับประกันการชำระคืน
ก่อนเพิ่มการลงทุน แจ้งช่วงเวลาที่สะดวกและงบประมาณกับ Loan DD ผ่าน LINE @loandd-invest หรือโทร. 081-638-6966 เพื่อสอบถามรายละเอียดทรัพย์







