จะเกินอะไรขึ้น? หากไถ่ถอนขายฝากไม่ทัน ผิดนัดชำระ

ทำไม “ครบกำหนดไม่ไถ่” ถึงต่างจากการผิดนัดชำระหนี้ทั่วไป
การขายฝากไม่ใช่การกู้ยืมเงินธรรมดา แต่เป็น สัญญาซื้อขาย ที่กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่วันจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินแล้ว เพียงแต่ผู้ขายฝากมีสิทธิพิเศษคือ “สิทธิไถ่คืน” ภายในเวลาที่ตกลงกัน เมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีการไถ่คืน สิทธิที่ว่านี้จะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ ทรัพย์สินตกเป็นของผู้ซื้อฝากอย่างเบ็ดเสร็จ โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการฟ้องร้องบังคับคดีเหมือนหนี้จำนองทั่วไป
ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนครบกำหนด
กฎหมายกำหนดให้ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเป็นหนังสือลงทะเบียนไปรษณีย์ให้ผู้ขายฝากทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน โดยระบุวันครบกำหนด จำนวนเงินสินไถ่ สถานที่ และผู้รับไถ่ถอนคืนไว้อย่างชัดเจน หากไม่ได้รับหนังสือแจ้งนี้ ผู้ขายฝากควรตรวจสอบกับผู้ซื้อฝากหรือสำนักงานที่ดินโดยตรง
หลังครบกำหนด ต้องขนย้ายออกภายในกี่วัน
ตามแบบสัญญามาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป ผู้ขายฝากต้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากทรัพย์ภายใน 7 วันนับจากวันครบกำหนดสัญญา หากไม่ดำเนินการ ผู้ซื้อฝากมีสิทธิเรียกค่าเสียหายและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปได้
มีทางแก้ไขก่อนครบกำหนดหรือไม่
ขอขยายเวลาไถ่ถอน – ส่วนใหญ่ทำได้หากผู้ขายฝากได้ชำระสินไถ่ไปแล้วในสัดส่วนหนึ่งตามที่ตกลง และแจ้งล่วงหน้าก่อนครบกำหนด
หาเงินก้อนมาไถ่คืนบางส่วน แล้วเจรจาขยายสัญญาสำหรับส่วนที่เหลือ
รีไฟแนนซ์หรือหาผู้รับซื้อฝากรายใหม่ มาไถ่ถอนแทนหากยังต้องการรักษาทรัพย์ไว้
ปรึกษาผู้รับซื้อฝากที่โปร่งใส อย่าง Loan DD ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อวางแผนร่วมกัน
ขายฝากกับ Loan DD โปร่งใส เป็นธรรม แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนครบกำหนดเสมอ พร้อมช่วยวางแผนไถ่ถอนหรือขยายสัญญาให้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ ทำนิติกรรมถูกต้องที่สำนักงานที่ดิน โทร. 081-638-6966 | LINE: @loandddd
คำถามที่พบบ่อย
ถ้าไถ่ไม่ทันแม้แต่วันเดียว จะขอไถ่คืนได้ไหม?
ตามกฎหมายเมื่อพ้นกำหนดแล้วสิทธิไถ่คืนจะสิ้นสุดทันที จึงควรติดต่อผู้ซื้อฝากก่อนถึงวันครบกำหนดเสมอ อย่ารอให้ถึงวันสุดท้าย
ผู้ซื้อฝากต้องฟ้องศาลก่อนไหมถึงจะได้กรรมสิทธิ์?
ไม่ต้อง เพราะกรรมสิทธิ์โอนไปตั้งแต่วันทำสัญญาขายฝากแล้ว การครบกำหนดไม่ไถ่เพียงทำให้สิทธิไถ่คืนหมดไปเท่านั้น
ขยายสัญญาขายฝากทำได้กี่ครั้ง?
ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างคู่สัญญาและเงื่อนไขของผู้ซื้อฝากแต่ละราย ไม่มีข้อจำกัดตายตัวตามกฎหมาย แต่ควรตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง






